Wedding Board


เรือนหอ และ การตกแต่งบ้าน คอนโด
 Theweddinghome Forums : เรือนหอ และ การตกแต่งบ้าน คอนโด
Subject Topic: ข้อควรรู้เมื่อเลือกซื้อคอนโด Post ReplyPost New Topic
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 11:43 | IP Logged
Quote Akina

สมัยนี้คนเลือกที่จะอยู่คอนโดมากขึ้น เลยรวบรวมบทความที่น่าจะเป็นประโยชน์มาฝากกันนะคะ

10 ข้อควรรู้ !!…ก่อนเลือกซื้อคอนโด

1. Location ที่ตั้งของ…..ตัวอาคารท่านต้องดูเรื่อง…ความปลอด ภัย มีอาชญากรรมในย่านนั้นบ้างไหมมีน้ำท่วมขังย่านนั้นไหม มีปัญหาการจราจรอย่างไรหรือไม่ เป็นต้น

2. Ventilation เรื่องระบบการระบายอากาศหรือ ระบายลมให้เกิดการหมุนเวียนในตัวอาคาร เป็นอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีคนที่สูบบุหรี่กันเยอะแล้วในอาคารไม่มีระบบการถ่ายเทของอา กาศที่ดีก็จะ ทำให้เป็นแหล่ง สะสมเชื้อโรคได้

3. Stairs and elevators ให้ดูว่า มีลิฟท์ เพียงพอกับผู้อยู่อาศัยหรือไม่และมีระบบ บันไดหนีไฟ ในยามฉุกเฉิน ที่เหมาะสมหรือเปล่าด้วย

4. Smoke detector and sprinklers  ให้ดูให้แน่ใจว่า ในสัญญามีระบุว่าที่เพดานห้องต่าง ๆ มีเครื่องตรวจจับควันและปุ่มพ่นน้ำดับไฟ ติดตั้งเอาไว้หรือเปล่า

5. Generators ให้ดูว่าในอาคารมี เครื่องปั่นไฟสำรอง หรือไม่เพื่อว่าเมื่อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าดับ ท่านจะไม่มีปัญหาแต่บางคอนโด ก็มีเพียงไฟสำรอง เพื่อใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ทางเดินร่วมกัน และลิฟท์เท่านั้นโดยจะไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังห้องพักต่าง ๆ ท่านต้องรู้เรื่องตรงนี้ด้วย

6. Water supply  ท่านต้องรู้เรื่องน้ำใช้ในคอนโดด้วยว่าถ้าไฟฟ้าดับแล้ว ท่านยังจะมีน้ำใช้หรือเปล่าหรือเรื่องน้ำดื่มประจำวันนั้น ท่านจะซื้อหาได้สะดวกไหม

7. Laundry area คอนโดส่วนมากไม่มีห้องให้ติดตั้งเครืองซักผ้ าและไม่มีที่ ให้ตากผ้า ซึ่งจะทำให้ท่าน ต้องส่งผ้าให้ร้านซักรีด ทำให้เสียรายจ่ายในส่วนนี้โดยไม่จำเป็น

8. Parking ท่านต้องรู้ว่า คอนโดมีที่จอดรถเพียงพอสำหรับทุกห้องหรือไม่และใช้ระบบการจัดกา รแบบไหน แบบให้ที่จอดแน่นอนห้องละคันหรือเปล่าหรือใครมาก่อนจอดก่อน ใครมาทีหลังก็ไม่มีที่จอดและมีระบบการ เก็บเงินค่าที่จอดรถ อย่างไรหรือไม่ด้วย

9. Garbage disposal ระบบการทิ้ง และกำจัดขยะบางคอนโดทำเป็นปล่องหิ้งขยะ บางคอนโดให้ใส่ถังท่านต้องดูแลเข้มงวดว่า ต้องมีการเอาขยะออกไปทิ้งทุกวันต้องอย่าปล่อยให้กลิ่นเหม็นกระจ ายออกไปตาม ทางเดินรวมที่เป็นระบบปิด

10. Security ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมีเจ้าหน้าที่ ร.ป.ภ.อย่างเพียงพอ ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบรักษาควาปลอดภัยต้องเข้มงวดโดยเฉพาะกับคนภายนอก และการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆเพราะห้องต่าง ๆ ในคอนโดไม่มัสัญญาณกันขโมย อาจถูกโจรกรรมได้ง่าย

ที่มา : http://www.infinitydesign.in.th/10-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9% 88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0% B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99 %E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8 %B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0 %B8%94/4043

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 11:48 | IP Logged
Quote Akina

ปัจจัย 9 ข้อเลือกซื้อคอนโด

ซิ ตี้คอนโด...เป็นศัพท์ที่พูดกันติดปากเรียกคอนโดในเมือง ที่จริงควรใช้คำว่า Budget Condo หมายถึง คอนโดราคาประหยัด ไม่เกินห้องละ 3 ล้านบาท...ตารางเมตรละไม่เกิน 5 หมื่นบาท

 ผลพวงค่าเงินบาทแข็ง หลายธุรกิจทั้งเล็ก...ใหญ่ทำท่าร่อแร่ แต่ช่วง 3-4 ปีมานี้ ตลาดซิตี้คอนโดมิเนียมกลับเติบโตรวดเร็วสวนกระแส

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมฟื้นตัวเร็ว เป็นเพราะน้ำมันแพง คนทำงานในเมืองตัดสินใจหันมาอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงาน”

แต่ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมีปัญหาถูกตรวจสอบ ประวัติไม่ดีลูกค้าก็ขาดความเชื่อมั่น ถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาซื้อบ้านไม่ได้บ้าน ซื้อคอนโดไม่ได้คอนโด หรือซื้อแล้วมีปัญหาจิปาถะตามมา...ยังคงมีอยู่

นิตยสารอาคาร&ที่ดิน WEEKLY เล่มล่า แนะเทคนิคก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมเอาไว้ 9 ข้อ

 

ข้อแรก...ขนาด พื้นที่ ถ้าคุณให้ความสำคัญมากที่สุด ควรเอาตลับเมตรไปวัดด้วยตัวเอง ตรงตามที่ผู้ขายประกาศไว้หรือไม่ รู้แล้วจะเทียบได้ว่า ราคาขายต่อตารางเมตรเท่าไหร่ ถูกหรือแพงกว่ากันแค่ไหน

 

ข้อที่สอง...ที่จอดรถ ก็สำคัญ ต้องดูว่า มีที่จอดรถพอกับจำนวนยูนิตทั้งโครงการหรือเปล่า

 

ข้อที่สาม...การ ก่อสร้าง ใช้วัสดุก่อสร้างมีความแข็งแรงคงทนเพียงใด ตึกยิ่งสูงจะรับกับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวได้ระดับไหน ที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ วัสดุกั้นผนังห้องมีความหนามากน้อย มีเสียงเล็ดลอดจากเพื่อนข้างห้อง หรือว่าห้องที่อยู่บนหัว เวลาเดินแรงๆ จะมีเสียงดังลงมาหรือเปล่า

 

ข้อที่สี่...ระบบ สาธารณูปโภค ระบบรักษาความปลอดภัย ถือว่ามีความสำคัญมาก กรณีอยู่ชั้นสูงๆ น้ำประปาไหลแรงพอ? ถ้าไฟดับมีไฟฉุกเฉิน? ระบบตรวจควัน? หัวฉีดน้ำ? บันไดหนีไฟมีมาตรฐาน? เก็บขยะ จัด-ส่งจดหมาย มียามรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงดีพอหรือไม่

 

ข้อที่ห้า...สัญญา ข้อนี้สำคัญมากๆ ปกติผู้ซื้อทั่วไปจะละเลยต่อรายละเอียด เพราะมีเนื้อหามาก และเป็นตัวบทกฎหมายเสียส่วนใหญ่ จะให้ดีควรมีนักกฎหมายคอยให้คำแนะนำถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได ้รับหรือเสีย เช่น คอนโดไฟไหม้เสียหายทั้งตึก คุณจะได้รับค่าชดใช้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด

 

ข้อที่หก...ทำเล ผู้ซื้อส่วนใหญ่ลืมคิด ถึงแสงแดดที่ส่องเข้าห้อง บางคนไม่ชอบให้แดดส่องเข้าห้องตอนบ่ายเพราะร้อน หรือบางห้องไม่มีแสงเข้าเลยทั้งเช้าและบ่าย ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม

 

ข้อที่เจ็ด...อายุ? หลายคนอาจสงสัยจะเกี่ยวอะไรกับการซื้อคอนโด เกี่ยวแน่ๆ ถ้าคอนโดที่ตัดสินใจอยู่มีวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ถ้าคุณมีครอบครัว ต้องการความสงบเงียบ ก็ไม่เหมาะ ต้องมองไกลสักหน่อย จะปรับตัวได้หรือไม่ อย่าลืมว่าคอนโดเป็นแค่ชุมชนเล็กๆ

 

ข้อที่แปด...ระเบียบ เงื่อนไขการอยู่อาศัย ก่อนซื้อต้องรู้ให้ครบทุกข้อ บางแห่งไม่ให้นำหมา แมวเข้ามาเลี้ยง ไม่ให้ทำอาหารใช้เตาแก๊ส ไม่ให้ขนของ หรือต่อเติมห้องในวันเสาร์ อาทิตย์

 

ข้อที่เก้า...นิติบุคคล อาคารชุด ทุกคอนโดคงเลี่ยงไม่ได้ ต้องรู้ถึงระเบียบ เช่น ค่าส่วนกลางต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่ นิติบุคคลจะเก็บไปเพื่อบริหารจ่ายเป็นค่ายาม ค่าไฟฟ้าทางเดิน ลิฟต์ ซ่อมบำรุง คอนโดบางแห่งราคาถูก แต่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางแพง

 

หลายคนมีประสบการณ์ฝากมา ไม่ว่าข้อสัญญา เงื่อนไขต่างๆจากใบปลิว หรือสื่อโฆษณาที่เป็นตัวชี้ชวนให้ตัดสินใจซื้อ ผู้ซื้อต้องเก็บไว้ให้ดีๆ เมื่อใดที่ผู้ขายผิดสัญญา จะได้มีหลักฐานฟ้องร้องเอาผิดกับหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค.

 

ที่มา : http://atcloud.com/stories/54355

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 11:52 | IP Logged
Quote Akina

เทคนิคการเลือกห้องคอนโดมิเนียม

Blog นี้ดีผู้เขียนให้รายละเอียดไว้ดีมากๆเลยค่ะ ถ้าสนใจรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ลองคลิ๊ก link ที่อ้างอิงไว้ท้าย post นี้ได้นะคะ อ่านเพลิน และได้ความรู้ดีค่ะ

ารเลือกห้องก็ เหมือนการเลือกทำเลแหละครับ ในคอนโดหลังหนึ่งๆ จะมีห้องที่ดีที่สุดไปจนถึงแย่ที่สุด คละกันไป ห้องที่ดีก็คือห้องที่ทิศทางเหมาะสม เปิดหน้าต่างแล้วรับลมเย็น ไม่โดนแดดส่อง มองออกนอกห้องเห็นวิวสวยงาม ไม่โดนบล๊อก ไม่เจอวิวอุจาดตา ตำแหน่งห้องไม่ใกล้หรือไกลลิฟท์เกินไป ไม่ติดห้องขยะ ห้องไฟฟ้าหรือห้องน่ากลัวอื่นๆ เข้ามาดูในห้องก็มีการแปลนภายในอย่างดี พื้นที่ใช้สอยจัดวางลงตัว ไม่มีซอกมุมไร้ประโยชน์ หรือมีแต่ทางเดินเปลืองเนื้อที่ หัวนอนไม่หันหัวไปทิศต้องห้าม ห้องน้ำมีหน้าต่างเปิดสู่ภายนอกไม่อับชื้น ฯลฯ
การเลือกห้องที่ดีในคอนโดนั้นทำให้ได้เปรียบคนอื่นในการขายต่อ ทำให้ขายง่ายได้ราคาดี หรือปล่อยเช่าก็จะง่ายและเร็ว เพราะใครๆย่อมอยากอยู่ห้องสวยๆมุมดีๆทั้งนั้นจริงไหมครับ

สำหรับคอนโดเก่า หรือคอนโดสร้างเสร็จแล้ว การเลือกห้องนั้นไม่ยากเพราะเราสามารถเข้าไปสัมผัสตัวโครงการแล ะภายในห้อง ของจริงเพื่อการพิจารณาตัดสินใจเลือกได้ง่าย แต่สำหรับคอนโดที่ยังไม่ได้สร้าง ตอนเปิดขายได้เห็นแต่โบรชัวร์สวยหรู มองไปที่ site เจอแต่ความว่างเปล่า การเลือกห้องต้องใช้จินตนาการประกอบกับความชำนาญสูง ซึ่งหลังจากเพื่อนๆอ่าน blog นี้ของผมแล้วจะต้องทำได้แน่นอน ฮ่าๆ

เราจะมาดูในรายละเอียดกัน

คอนโดหันทิศไหนดีที่สุด?
ประเทศไทยนั้นมีลมมรสุมพัดเข้ามาทางทิศใต้-ตะวันตก ราวๆ 8 เดือน และมีลมพัดมาจากทิศเหนือ-ตะวันออก 3-4เดือน ส่วนทิศทางแดดจะอ้อมใต้ในฤดูหนาว และค่อยๆเคลื่อนมาอยู่กลางหัวกบาลในฤดูร้อน

ทิศทางลมมรสุมในประเทศไทย


ทิศทางดวงอาทิตย์ในประเทศไทย

ทำหมุนๆ Animation ให้ดูซะหน่อย จะได้ดูน่าเลื่อมใส เอิ๊ก

แล้วสรุปว่า เลือกคอนโดด้านทิศไหนดีล่ะครับเพ่??
คำตอบคือ ไม่มีทิศไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนหรอกครับ บางคนชอบทิศเหนือ เพราะหน้าต่างจะได้ร่มเงาตลอด แต่บางคนก็ไม่ชอบ เพราะปลูกต้นไม้ที่ระเบียงแล้วไม่ค่อยโต ตากผ้าไม่ค่อยแห้ง ลมก็ไม่เข้า บางคนชอบทิศใต้เพราะลมพัดเย็นสบายทั้งปี แต่ก็ต้องแลกกับการที่แดดจะส่องเข้าห้องบ้าง แต่ทิศที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรหลีกเลี่ยง ก็คือทิศตะวันตก เพราะมันร้อนนรกแตกจริงๆครับ ที่จริงทิศตะวันออกก็ร้อนเหมือนกันแต่ร้อนน้อยกว่า แต่บางคนก็ไม่ชอบทิศตะวันออกเพราะเป็นคนนอนตื่นสาย ไม่ชอบให้แดดส่องตัว ดังนั้นขอสรุปว่า เลือกทิศไหนก็ได้ แล้วแต่ Lifestyle ของแต่ละคน แต่ควรหลีกเลี่ยงทิศตะวันตกเป็นดีที่สุดครับ

ความเห็นผม ผมชอบห้องที่หันทิศใต้ รองลงมาคือทิศเหนือ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าทิศ ก็คือ วิว
ถึงแดดจะแยงตา เราใช้ม่านกันได้ ถึงลมไม่พัด เราเปิดพัดลมได้ อากาศร้อนเราเปิดแอร์ได้
ทุกอย่างที่เป็นความไม่สบายตัว เราใช้เทคโนโลยีเข้าแก้ไขได้

แต่ถ้าห้องวิวห่วยเราไม่สามารถใช้อะไรมาเป็นตัวช่วยได้นะครับ

ส่วนใหญ่ในการพิจารณาเลือกซื้อห้องไม่ว่าจะเป็นมือ1หรือมือ2 คำถามแรกๆคือ “วิวบล็อกหรือเปล่า?”
ยิ่งเป็นคอนโดที่ทำเลไม่ดีนัก ถ้าวิวบล็อกอีกก็จบเห่ ขายยากสุดๆครับ เพราะใครๆก็อยากอยู่ในห้องที่เปิดหน้าต่างออกไปเจอโล่งๆทั้งนั้ น ถึงไม่มีอะไรให้ดูมาก ขออย่าโดนบังวิวด้วยผนังตึกข้างๆก็พอ

ดังนั้น วิว จึงสำคัญกว่าทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดที่อยู่ติดแม่น้ำ สวนสาธารณะสีเขียว หรือมองออกมาเห็น skyline กรุงเทพฯอันสวยงาม ต่อให้อยู่ทิศตะวันตก ก็ต้องเลือกด้านนี้ไว้ก่อน เรื่องร้อนไว้แก้ทีหลัง

แหม ซื้อคอนโดมิเนียมริมน้ำแล้วมองไม่เห็นแม่น้ำ ก็อย่าซื้อเลยดีกว่า จริงแมะ

พึงระลึกว่า ห้องวิวดี ขายต่อง่ายกว่าห้องลมดีครับ

ห้องที่มองออกมาเห็นสวนหย่อมหรือสระว่ายน้ำก็จัดว่าเป็นห้องที่ ดี เพราะจะได้ทัศนียภาพเพลินตาเพลินใจ ผู้คนชอบดูสาวๆนุ่งบิกินี่ว่ายน้ำ (ผมก็ชอบ อิอิ) แต่ควรเป็นคอนโดเกรด A ยูนิตน้อยๆนะครับถึงจะเจอบิกินี่ ถ้าคอนโดเกรด B,C ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายแนวครอบครัวๆ ตึกนึงมี 500 ห้องขึ้นไป (เช่น ศุภาลัย, LPN) แบบนี้สระว่ายน้ำจะเต็มไปด้วยเด็กตัวเล็กตัวน้อยที่ส่งเสียงเจี ๊ยวจ๊าวน่า รำคาญเป็นที่สุด

ถ้าคอนโดที่คุณสนใจ เป็นคอนโดแบบ Low-rise คือสูงไม่เกิน 8 ชั้น และอยู่ในสภาพแวดล้อมงั้นๆ รอบตัวมีแต่บ้านๆตึกๆ แบบนี้ก็คงไม่ต้องไปสนใจเรื่องวิวมากนัก เอาแค่ไม่หันหน้าไปเจอพวก วัด เมรุเผาศพ หม้อแปลงไฟฟ้า อู่พ่นสีรถ หรือกองขยะก็พอ กลับไปเน้นทิศทางแดดลมดีกว่า

คอนโดหลายแห่ง ขายดีแต่มีห้องเหลือค้างโครงการ ก็มักจะเป็นห้องแบบที่วิวเป็นทัศนะอุจาดอย่างที่ว่า ดังนั้นการซื้อคอนโดที่เหลืออยู่เป็นห้องท้ายๆ ต้องระวังให้ดี ดูให้ละเอียด มันต้องมีข้อด้อยอะไรซักอย่างที่ทำให้ห้องนี้ขายไม่ออก

คอนโดที่อยู่ติดถนนใหญ่ ห้องที่หันออกสู่ถนน ควรคำนึงถึงเสียงรบกวน ฝุ่นละออง ควันพิษจากท่อไอเสียด้วยนะครับ โดยเฉพาะชั้นล่างๆ ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยง เลือกห้องที่หันไปด้านอื่นดีกว่า

คอนโดเกรด A ที่นึง อยู่ติดถนนใหญ่ติดBTSซึ่งเป็นช่วงสับหลีกพอดี เสียงจะดังสนั่นทุกครั้งที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ห้องที่หน้าต่างหันมาทางด้านรางรถไฟฟ้า แทบจะอยู่กันไม่ได้ เพราะมีเสียงกึงกังๆทุกๆ 5 นาที ทำให้ราคาเช่าห้องในด้านนี้ตกมากกว่าด้านอื่น รวมทั้งราคาขายต่อด้วยเช่นกัน ขายก็ยาก ปล่อยเช่าก็ยาก แม้ว่าปล่อยเช่าได้แล้ว ไม่นานผู้เช่าก็จะขอย้ายออกไปอยู่ห้องด้านอื่นของตึก ลูกบ้านที่เดือดร้อนต้องหาวิธีแก้ไข เช่น ยอมเสียเงินเปลี่ยนหน้าต่างกระจกเป็นกระจก2ชั้น insulated glass แต่ก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ เสียงลดไปไม่ถึง 20% ถึงจะร้องเรียนไปยังบริษัทรถไฟฟ้า ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอะไรมากนัก โชคดีที่โครงการนี้อยู่ในทำเลที่ดีมากๆ อย่างน้อยก็ยังพอจะมีสภาพคล่องในการขายและให้เช่าอยู่พอสมควร

ตำแหน่งห้องตรงไหนดี?

หลังจากเลือกทิศทาง เลือกด้านที่เหมาะสมได้แล้ว เราก็มาดูตำแหน่งห้องในแต่ละชั้นกันบ้างว่าควรเลือกห้องแบบไหน ผมมีข้อแนะนำดังนี้

  • อย่าเลือกห้องที่อยู่ใกล้ลิฟท์เกินไป

เพราะจะมีเสียงรบกวนจากการใช้งาน ทั้งลิฟท์ ทั้งคน ลิฟท์คอนโดบางแห่งผนังรอบช่องลิฟท์เป็นก่ออิฐไม่ได้หล่อคอนกรีต เสียงลิฟท์วิ่งขึ้นลง ดังลอดมาถึงห้องพักได้ก็มี ยิ่งห้องที่เป็นทางสามแพร่ง ออกจากโถงลิฟท์แล้วเจอประตูเข้าห้องเป๊ะ นี่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ดีทั้งฮวงจุ้ยและเสียความเป็นส่วนตัวครับแต่บางทีห้องท ี่ไกลลิฟท์ มากๆ ก็เมื่อยขาเวลาเดินเหมือนกัน ยิ่งคอนโดที่ corridor ยาวๆ เดินกันขาลากเลย ดังนั้น เอาห้องที่อยู่กลางๆดีที่สุด

  • อย่าซื้อห้องใกล้หรือตรงข้ามห้องขยะ

ทุกคอนโดต้องมีห้องขยะ ถ้าไม่มีเป็นห้องเฉพาะ ก็มักจะวางกันในโถงบันได หรือโถงลิฟท์ขนของ
การอยู่ห้องตรงข้ามห้องขยะ ถือเป็นฝันร้ายของการอยู่คอนโดอย่างแท้จริง เพราะต่อให้ออกแบบได้มิดชิดแค่ไหน ก็มีโอกาสที่กลิ่นไม่พึงประสงค์จะเล็ดลอดออกมาให้ชื่นชม ไหนจะเสียงปิดเปิดประตูอีก ทั้งเจ้าของห้อง ทั้งแม่บ้านที่มาเก็บรวมรวมขยะ วันนึงๆต้องมีหลายรอบ อยู่ไม่มีความสุขแน่ครับ แถมขายต่อก็ยากการออกแบบที่ดี สถาปนิกควรจัดห้องขยะให้ไปอยู่ในส่วน service core หรือในพื้นที่ที่ไม่ต่อเนื่องกับทางสัญจร ซึ่งระยะหลังจะเริ่มทำกันมากขึ้น สงสัยโดนฝ่ายการตลาดบ่นเยอะ

  • เลือกห้องที่ประตูไม่ตรงกับห้องตรงข้าม

ถ้าเลือกได้ เลือกห้องที่ประตูไม่ตรงกับห้องตรงข้าม จะทำให้ได้ privacy ในการอยู่อาศัย คอนโดที่พิถีพิถันในการออกแบบจะขยับประตูห้องพักให้เยื้องไปมาไ ม่ตรงกัน แบบนี้ถือว่าออกแบบได้ละเอียดใช้ได้

  • ห้องอยู่ใกล้บันได

บางคนไม่ชอบห้องแบบนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า จะมีเสียงคนเดินพลุกพล่าน อันนี้ก็จริงครับถ้าเป็นบันไดหลัก แต่ถ้าเป็นบันไดหนีไฟที่เอาไว้หนีไฟจริงๆ ผมมองว่าไม่เสียหาย อาจจะดีซะอีกที่อยู่ใกล้ เพราะหากเกิดเหตุอัคคีภัยขึ้นเราจะได้หนีทัน ในการใช้งานปกตินั้น บันไดหนีไฟจะไม่มีใครเข้าไปใช้ จึงไม่เป็นการรบกวนครับข้อแตกต่างระหว่างบันไดหลักกับบันไดหนีไ ฟคือ บันไดหลักจะมีขนาดใหญ่กว่า กว้างกว่า และทางเข้าออกบันไดหนีไฟจะเป็นประตูเหล็กที่มีตัวผลักที่เป็น bar ยาวๆ ผลักเข้าแล้วต้องผลักกลับเข้ามาไม่ได้ วิ่งลงชั้นล่างหรือออกดาดฟ้าได้อย่างเดียวครับ (เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย)

  • ห้องหัวมุม

เป็นห้องที่ถือว่าได้เปรียบห้องอื่นๆ เพราะมีพื้นที่หน้าต่างมากกว่าชาวบ้านเขา ทำให้ได้มุมมอง แสงสว่าง การระบายอากาศที่ดีขึ้น แต่อย่าลืมดูทิศทางประกอบด้วยนะครับ เลือกมุมที่ไม่ร้อนจนเกินไป
แม้ในตำราฮวงจุ้ยจะไม่ชอบห้องมุมนัก แต่ในความเป็นจริงห้องหัวมุมจะราคาดีกว่า ปล่อยขายให้เช่าได้ง่ายกว่าห้องธรรมดาครับ


มาลองทายกันดูว่า ห้องไหนอยู่ตรงข้ามห้องขยะ

  • ชั้นที่ไม่ควรเลือก

ด้วยความที่ผู้คนไม่ชอบเลข 13 ทำให้ตึกส่วนใหญ่ชั้นนี้ถูกตัดออกไป จาก 12 ข้ามไป 14 เลย ตึกที่ตัดไม่ทันก็ใช้วิธีเปลี่ยนชั้นที่ 13 เป็น 12A แต่ลิฟท์ไม่ได้แก้ตามทำให้เสียงขานชื่อ floor ของลิฟท์ยังเป็น Thirteen floor อยู่ ก็ตลกดี ถ้าเจออะไรพรรค์นี้ก็หลีกเลี่ยงไว้ดีกว่าครับ

สำหรับคอนโดประเภท LowRise 8 ชั้น ชั้นที่ไม่ควรเลือกคือชั้น 2 เพราะใกล้พื้นเกิน วิวไม่ดี และอาจมีเสียงและควันไอเสียรบกวนจากลานจอดรถยนต์ที่ชั้นล่างได้ นอกจากนี้ยังน่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะแค่บันไดอลูมิเนียมอันเดียวก็พาดปีนขึ้นไปในห้องได้แร้ว

ชั้นที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคอนโดอีกชั้นหนึ่งคือชั้นบนสุด เนื่องจากความร้อนจากชั้นดาดฟ้าอาจจะแผ่ลงมาถึงเพดานห้องเราได้ และอาจพบปัญหาน้ำรั่วซึมจากพื้นดาดฟ้า

ปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมนั้นมีประจำแทบทุกตึกละครับ เวลาที่มีน้ำหยดลงมาทำความเสียหายให้ห้องเรา กรณีเช่นนี้แน่นอนว่าทางตึกต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีประกันก้อให้ประกันจัดการ แต่มันก็น่าหงุดหงิดมิใช่น้อย ดังนั้นหลีกเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า อันนี้รวมถึงห้องที่อยู่ใต้สระว่ายน้ำหรือมีห้องน้ำอยู่เหนือห้ องก็ควรอยู่ ห่างๆไว้เช่นกัน เพราะเสี่ยงเรื่องน้ำรั่วและอาจมีเสียงดังจากปั้มน้ำด้วย

ท่านที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย เขาจะมีตัวเลขชั้นมงคลในปีต่างๆซึ่งไปสัมพันธ์กับธาตุดินธาตุไฟ ของเจ้าของ ห้อง ซึ่งใครอยากเชื่อก็เชิญนะครับไม่ห้าม แต่สำหรับผมผมว่ามันไร้สาระเกินไป ผมเชื่อหลักฮวงจุ้ยที่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ประกอบเท่านั้น ถ้ามาแนวไสยศาสตร์ผมขอผ่าน แฮะๆ

  • เลือกห้องอย่าลืมดูการจัดวางแปลนห้อง

หัวนอนไม่ควรหันไปทางทิศตะวันตก
เรื่องหัวนอนนี่คนไทยส่วนใหญ่จะถือกันมาก ว่าไม่ให้นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก เพราะเป็นทิศคนตาย อันที่จริงผมว่าคนโบราณเค้าไม่ให้นอนแบบนี้เพราะเช้าๆแดดจะได้ไ ม่แยงตา มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ คนไทยมักจะเชื่ออะไรแบบนี้ได้ง่าย เค้าว่าทิศคนตายก็ว่าตาม แม้ว่าเราไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าคนอื่น90%เขาเชื่อเราก็อย่าไปฝืนเลยครับ เลือกได้ก็เลือกหันหัวไปทิศอื่นดีกว่า มีอีกตั้งหลายทิศให้เลือกเนอะDeveloper บางรายคำนึงถึงเรื่องนี้มาก เช่น แสนสิริหรือPlus คอนโดรุ่นใหม่ๆที่ออกมา จะไม่จัดหัวนอนไปทางทิศตะวันตกเลย แม้ว่าแปลนจะเป็น Mirror กัน แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นว่า มีการย้ายหัวเตียงเพื่อเลี่ยงทิศตะวันตกเสมอ ซึ่งทำให้บางทีห้องนั้นกลายเป็นจัดแปลนไม่ลงตัว มีหน้าต่างอยู่บนหัวนอนแทน

ในขณะที่Developer ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่เทรนดี้ เช่น โนเบิล จะไม่สนใจเรื่องหัวนอนเลย จัดโดนทิศไหนก็ปล่อยไปตามยถากรรม อันนี้เป็นหน้าที่เราต้องสังเกตเอาเองนะครับ ถ้าคิดว่า ไม่เป็นไร ไว้ตอนแต่งห้องค่อยย้ายหัวเตียงไปทิศที่ต้องการ ก็ทำได้ครับแต่มันก็มีค่าใช้จ่าย ต้องย้ายปลั๊กไฟ ปลั้กทีวี สลับไปมาวุ่นวายน่าปวดหัว ดังนั้นถ้าเราเป็นคนละเอียดรอบคอบ ควรดูไว้ตั้งแต่ยังไม่สร้างจะดีกว่า


ตัวอย่างคอนโดที่จัดแปลนเลี่ยงทิศตะวันตกจนหัวเตียงต้องไปอยู่ใ ต้หน้าต่าง -_-’

  • เลือกห้องน้ำที่มีการระบายอากาศ

ถ้าเลือกได้ เลือกห้องน้ำที่มีหน้าต่างเปิดสู่ภายนอก จะช่วยในเรื่องการระบายอากาศ ถูกสุขอนามัยไฮจีนิคส์ และเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทยครับ ห้องน้ำที่ไม่ติดหน้าต่างจะต้องมีพัดลมดูดอากาศและต้องเปิดไฟเม ื่อใช้งาน ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน และถ้าไม่ดูแลความสะอาดให้ดีอาจทำให้อับชื้น นั่งชักโครกแล้วคันจิ๋มได้

  • ระเบียงเป็นสิ่งจำเป็น

คอนโดปัจจุบันบางแห่งออกแบบมาไม่มีระเบียงเลยอ้างว่าไม่จำเป็น แต่ผมคิดว่ายังน่าจะมีไว้อยู่ครับ แม้ว่าปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมใช้บริการ laundry มากขึ้น หรือถ้าซักผ้าเองก็มีเครื่องอบผ้า แต่ระเบียงก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเอาไว้ตากอะไรเล็กๆน้อยๆเช ่น ผ้าขี้ริ้ว ม๊อบถูพื้น ผ้าเช็ดตัว หรือกางเกงใน หรือเอาไว้เป็นที่สูบบุหรี่ของเพื่อนๆเวลาจัดปาร์ตี้ได้นอกจากน ี้ การมีระเบียงยังช่วยบังแดด-กันฝนไม่ให้โดนหน้าต่างตรงๆด้วยครับ ยิ่งเป็นห้องที่หันทิศใต้ควรมีระเบียงอย่างยิ่ง ไม่ต้องกว้างมากซัก 1 เมตรก็กันแดดได้เยอะแล้วละ

  • ห้องน้ำสำหรับห้อง One bedroom

คอนโดแบบ1ห้องนอน มักจะมีห้องน้ำเพียง 1 ห้อง ใช้เป็นห้องน้ำของห้องนอนและใช้เป็นห้องน้ำรับแขกด้วย ถ้าเลือกได้ควรเลือกห้องน้ำที่เปิดเข้าจากในห้องนอน จะสะดวกในการใช้งานมากกว่าห้องน้ำที่เปิดจากห้องนั่งเล่น

  • อ่างอาบน้ำจำเป็นหรือไม่

ถ้าเราซื้อคอนโดเพื่อเอาไว้อยู่เอง พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะเป็น shower หรือ อ่างอาบน้ำก็ได้ตามแต่ชอบ แต่ถ้าคิดจะเอาไว้ให้ชาวญี่ปุ่นเช่า ต้องเป็นอ่างอาบน้ำเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเป็นคนติดอ่างครับ

ตาลายโคตรๆเลือกห้องไหนดีเอ่ย…

  • เลือกห้องที่มีความ unique

ข้อนี้เป็นของแถม เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ คือ ถ้ามีโอกาสเจอห้องที่มีลักษณะพิเศษบางอย่างที่ห้องอื่นเขาไม่มี อย่างเช่น เป็นห้องที่มีสวนส่วนตัว หรือมีพื้นที่ระเบียงกว้างเป็นพิเศษและไม่มีหลังคา หรือเป็นห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ สามารถเดินนวยนาดจากห้องออกมาโดดลงสระได้ทันที หรือ One-bed ห้องเดียวในฝั่งTwo-bed หรือ เป็นห้องเดียวในตึกที่มีหน้าต่างเปิดออกไปแอบดูบ้านดาราข้างๆคอ นโดได้ ฯลฯ ห้องพวกนี้เรียกว่ามีความ unique คือมีจุดขาย ที่ห้องอื่นๆในตึกไม่มี ซึ่งข้อนี้ก็เป็นจุดนึงที่ทำให้ห้องมีความโดดเด่น ทำให้การขายต่อง่ายกว่าห้องเพลนๆที่หาได้ทั่วไปในตึกครับ

แต่ความโดดเด่นประเภท เป็นห้องเดียวในตึกที่ติดห้อง Generater อย่างนี้ไม่เอานะคร้าบบบ ^^’

อันที่จริง การพิจารณาว่าแปลนห้องแบบไหนที่จัดได้ดีหรือไม่ดี ไม่ได้ดูแค่เท่าที่ผมว่ามาข้างบน ต้องดูภาพรวมของแปลน ว่าการจัดพื้นที่ใช้สอยเป็นอย่างไร flowของการใช้งานดีไหม เวิกแค่ไหน ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดยังไงเหมือนกัน เพราะมันเกิดจากประสบการณ์ที่สะสมมา ดังนั้น คำแนะนำของผมสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องคอนโดมิเนียมก็คือ ไปดูเยอะๆครับ มีเปิดตัวโครงการใหม่ๆที่ไหน ก็ไปเยี่ยมชม ซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร อย่างน้อยจะได้ชมห้องตัวอย่างเทียบกับในโบรชัวร์ จะได้นึกภาพออกว่า ที่เห็นในแปลนเป็นแบบนี้ ของจริงเป็นอย่างไร จะได้เกิดมโนภาพในสมอง และยังได้เห็นรูปแบบการตกแต่งใหม่ๆ ดีๆ ได้เห็นวัสดุใหม่ๆ เป็นไอเดียเอาไว้ตกแต่งห้องได้อีกครับ

ที่มา : http://maramarod.wordpress.com/2010/01/24/04-%E0%B9%80%E0%B8 %97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0 %B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AB %E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99/

 

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 12:02 | IP Logged
Quote Akina

นอกจากข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แล้ว เก็บมาฝากเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจหลักฮวงจุ้ยค่ะ

การดูตึกคอนโดตามหลักฮวงจุ้ย

   แนะนำหลักการเลือกซื้อคอนโด ตามลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี ในยุคปัจจุบัน โดย อ.มนต์ทิพย์ พยากรณ์  นัก พยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ย จาก Horoworld   การเลือกซื้อคอนโดที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย  ควรมีลักษณะ และ สภาพแวดล้อมที่พอจะแนะนำ ได้ดังนี้

1. อาคารที่พักอาศัย ถ้ามีตึกสูงด้านหลังจะเป็นมงคล เพราะ ถือว่าคือ เต่าดำแต่ถ้ามีตึงสูงด้านหน้าจะเป็นอัปมงคล

2. ถนนที่วิ่งเข้าสู่ตัวอาคาร ควรกว้างพอสมควร หรือ เท่า ถนนใหญ่ ยิ่งดี

3. สระน้ำ จะมีเกือบทุกคอนโด ดังนั้นสระน้ำ ไม่ควร ตั้งอยู่บนตัวตึก อยู่ชั้นใต้ดินของตัวตึก

4. โถงทางเดินระหว่างห้องพัก แต่ละห้อง ต้องมีพื้นที่กว้างพอสมควร ไม่คับแคบ เพื่อพลังจะได้เคลื่อนตัว ได้อย่างรวดเร็ว

5. ประตูหน้าและประตูหลัง ต้องไม่ตั้งตรงกัน เพราะชีวิต ของผู้อาศัยจะขาดโชคลาภ

6. ในห้องพัก ควรพบห้องโถงก่อนห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น ถ้าเปิดประตู แล้วพบ ห้องน้ำก่อน ถือว่าอัปมงคล ควร มีหน้าต่าง 3 บาน เสาภายในควรเป็นเสากลมถึงจะดี

7. กรณีที่มีห้องพื้นที่ ต่างระดับ ในส่วนที่ใช้รับประทานอาหาร ควรอยู่ สูงกว่าห้องนั่งเล่น

8. หากสามารมองเห็นวิวทิวทัศน์ ควรเห็นสระน้ำ ของคอนโดด้วย จะเป็นมงคล

9. เตาไฟฟ้า ไม่ควรตั้งตรงกับ ประตู หรือใกล้ประตู เกินไปการจัดแต่งปรับ ฮวงจุ้ย คอนโด ส่วนใหญ่ จะยุ่งยาก เพราะ พื้นที่แคบ และส่วนใหญ่ ที่พบเจอ ก็คือ เปิดประตูหน้าแล้ว เจอ ห้องน้ำนี่ก็ส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความเสียหาย อีก อย่างคือ ตู้เก็บรองเท้า จะอยู่ด้านหน้าประตูด้านหลัง จะเหมาะสมกว่าคะ และการดึงพลังมาที่ห้องของเราที่เราพักอาศัย ควรเก็บไว้

1. ติดตั้ง ดอกไม้ 5 ธาตุ ที่ดอก ใหญ่ ๆ กลม ๆ ดอกไม้ปลอมได้ ตามสีดังนี้ 1.1 สีแดง สีเขียว สีขาว สีน้ำเงิน สีเหลือง ซึ่งเป็นการปรับ พลัง 5 ธาตุ เพื่อให้ พื้นที่เป็นมงคล

2. ติดเหรียญจีน 3 เหรียญ ที่หน้าประตู ด้านในก็ได้ ทำอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือ 2 อย่าง น่าจะ เพิ่มความเป็นมงคลได้มาก เพื่อ กระตุ้นพลัง ปรับพลัง และ เป็นการเรียกพลัง มาในห้องพักของเรา เพื่อ เกิด ความเจริญ รุ่งเรืองได้คะ..

ที่มา : http://fengshui.horoworld.com/9757_%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8% B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0% B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD% E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8% B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0 %B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87 %E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A2  

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 12:11 | IP Logged
Quote Akina

ฮวงจุ้ยกับการเลือกชั้นในคอนโด

ประสบการณ์ส่วนตัวตอนไปจองคอนโดนะคะ จะมีคำตอบไว้ในใจแค่ว่า "ขอชั้นเตี้ยๆ ขอชั้นกลางๆ หรือขอชั้นสูงๆ" แต่พอต้องลงตัวเลข ก็อยากจะมีความรู้เรื่องหลักฮวงจุ้ยขึ้นมาทันทีเลยค่ะว่า "ชั้นไหนดีนะ" เลยเก็บบทความนี้มาฝากกันค่ะ

 

นอกจากของตกแต่งห้องจะบอกถึงบุคลิกของผู้เป็นเจ้า ของแล้ว น่าจะดีกว่าหากได้เลือกสิ่งที่ชอบ แถมยังเป็นมงคลต่อชีวิตและที่พักอาศัยด้วย โดยเฉพาะคนขี้เหงาในเมือง ที่มักจะเลือกพักที่คอนโดฯ เสียส่วนใหญ่ หนึ่งในวิธีคลายเหงาของพวกเขาคือการหมดเวลาไปกับการเลือกของมาต กแต่งห้อง ซึ่งนับเป็นอีกวิธีที่สร้างความสุขได้ไม่น้อย

     แต่ก่อนที่จะเลือกของตกแต่งเพื่อเสริมมงคลให้ห้องนั้น มีคนสงสัยกันมากว่าฮวงจุ้ยระหว่างคอนโดฯ กับบ้านต่างกันหรือไม่ ขอบอกตรงนี้เลยว่าต่างกัน โดยจุดแตกต่างจะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก คือ ชัยภูมิที่ตั้งคอนโดฯ จะมีการแยกระดับชั้นอย่างเด่นชัด และมีการแบ่งแยกห้องเป็นส่วนตัวค่อนข้างเด็ดขาด ซึ่งคำถามที่ฮอตฮิตที่สุดก่อนซื้อคอนโดฯ ก็คือ อยู่ชั้นไหนจึงจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย และเป็นมงคลต่อชีวิตมาก

     ในการเลือกชั้นคอนโดฯ นั้น มีอยู่หลายแบบ ขึ้นกับการเลือกใช้ “ระบบฮวงจุ้ย” ว่าจะเลือกระบบใด ซึ่งสามารถมองในภาพรวมได้ 2 แบบ ใหญ่ๆ คือเลือกโดยการดูพลังของธรรมชาติภายนอกแบบโดยรวม หรือที่เรียกว่า ยุค เป็นหลัก และการเลือกโดยดูจากตัวบุคคล เช่นการใช้ ปีเกิด เป็นหลัก

     สำหรับหลักการเลือกชั้นคอนโดฯ ตามยุค ในหลักการของยุค ทั้ง 5 จะมีการแบ่งรอบปี 60 ปี หรือ 60 กะจื้อ ออกเป็น 5 กลุ่มธาตุ คือ ธาตุดิน ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ โดยช่วงปี พ.ศ. 2539-2550 จะจัดอยู่ในยุคธาตุไฟ ส่วนช่วงปี พ.ศ. 2551-2562 จะจัดอยู่ในยุคธาตุไม้ ซึ่งชั้นของอาคารที่รุ่งเรืองในช่วง พ.ศ. 2539-2550 ได้แก่ ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 0, 2, 5, 7 เช่น ชั้นที่ 2, 5, 7, 10, 12, 15, 17 เป็นต้น ส่วนชั้นของอาคารที่รุ่งเรืองในช่วง พ.ศ. 2551-2562 ได้แก่ ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 2, 3, 7, 8 เช่น ชั้นที่ 2, 3, 7, 8, 12, 13, 17, 18 เป็นต้น

     ส่วนหลักการเลือกชั้นคอนโดฯ ตามปีเกิดนั้น สามารถสังเกตได้ ดังนี้ ปีชวดคือธาตุน้ำ ปีฉลูคือธาตุดิน ปีขาลคือธาตุไม้ ปีเถาะคือธาตุไม้ ปีมะโรงคือธาตุดิน ปีมะเส็งคือธาตุไฟ ปีมะเมียคือธาตุไฟ ปีมะแมคือธาตุดิน ปีวอกคือธาตุทอง ปีระกาคือธาตุทอง ปีจอคือธาตุดิน ปีกุนคือธาตุน้ำ โดยเลือกชั้นที่พลังธาตุเป็นธาตุเดียวกัน หรือมาช่วยส่งเสริมกัน โดยใช้หลักแห่งธาตุทั้งห้า หรือเบญจธาตุ

     โดยสามารถแบ่งได้เป็น ปีชวด ควรอยู่ชั้นที่ 1,6,4,9 ปีฉลู ควรอยู่ชั้นที่ 2,7,5,10 ปีขาล ควรอยู่ชั้นที่ 3,8,1,6 ปีเถาะ ควรอยู่ชั้นที่ 3,8 1,6 ปีมะโรงควรอยู่ชั้นที่ 2,7,5,10 ปีมะเส็ง ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 3, 8 ปีมะเมีย ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 3, 8 ปีมะแม ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 5, 10 ปีวอก ควรอยู่ชั้นที่ 5, 10, 4, 9 ปีระกา ควรอยู่ชั้นที่ 5, 10, 4, 9 ปีจอ ควรอยู่ชั้นที่ 2, 7, 5, 10 ปีกุน ควรอยู่ชั้นที่ 4, 9, 1, 6 ทั้งนี้ เลขชั้นดังกล่าว หมายถึงเลขลงท้ายของแต่ละชั้น อาทิ เลข 1 หมายถึง ชั้นที่ 1, 21, 31, 41

     ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของการเลือกของมาตกแต่งห้องให้ถูกต้องตามหลั กฮวงจุ้ยกัน บ้าง โดยลองหาภาพวาด หรือลวดลายพื้นกระเบื้อง หรือผ้าม่านที่เป็นรูป “ดอกไม้” เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งจะส่งผลให้ชีวิตเบ่งบาน สำราญใจ ด้วยมีสีสันเข้ามาประดับเส้นทางชีวิตให้สดใสนั่นเอง

     รูป “ระลอกน้ำ” จะนำพามาซึ่งความสบายใจ ส่งผลให้ไม่ว่าเจ้าของห้องจะเจอะเจอเรื่องใดมาก็ตาม หากได้เห็น ภาพนี้แล้วจะรู้สึกใจเย็นขึ้น มีสติ คิดรอบคอบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อชีวิตในระยะยาว

     ส่วนรูป “เหรียญทอง” จะนำพามาซึ่งชัยชนะ การไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ หรืออาจหา “ปลาทอง” มาเลี้ยงในตู้กระจก หรือโถแก้ว เพื่อเรียกโชคลาภ เงินทอง เพื่อความร่ำรวย มีกินมีใช้ตลอดไป ไม่ตกอับยากจน รวมทั้ง “ฮก ลก ซิ่ว” อันเป็นมงคลยิ่ง ควรตั้งไว้บนชั้นในห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น เพื่อเสริมบารมีชีวิต

     พูดถึงห้องนั่งเล่นก็อดจะกล่าวถึงลักษณะทางฮวงจุ้ยที่ดีของการต กแต่งห้อง นั่งเล่นไม่ได้ โดยหลักคร่าวๆ ก็คือ ควรเลือกโทนสีการตกแต่งให้เป็นโทนสีที่สมาชิกภายในครอบครัวชอบ เพราะสีสันถือเป็นพลังงานที่มีผลกระทบกับผู้อยู่อาศัยน้อยกว่าก ระแสอากาศมาก หากเลือกสีสันที่ชอบจะเป็นผลดีในเชิงจิตใจมากกว่า ทั้งนี้ ยังสามารถตกแต่งห้องนั่งเล่นให้เน้นความสัมพันธ์ประจำปีได้ โดยในปี พ.ศ. 2551 นี้ อยู่ที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรนำต้นไม้ที่มีใบชนิดแช่น้ำไปตั้งอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

     เมื่อทราบถึงของแต่งห้องอันเป็นมงคลต่อชีวิตแล้ว ก็อยากให้ทราบถึงของที่ไม่ควรนำมาแต่งห้อง ได้แก่ ภาพวาด หรือลวดลายพื้นกระเบื้อง ผ้าม่านหรือพรมที่เป็นรูป “งู” เพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาต ซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์

     ส่วนคนที่ชื่นชอบ “นาฬิกาทราย” ชอบได้ แต่อย่านำมาไว้ที่ห้องจะดีกว่า เพราะนาฬิกาทรายจะมีลักษณะของการไหลเวียนอยู่เรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในห้องนั้นต้องเผชิญกับการงาน หน้าที่ต่างๆ รวมทั้งภารกิจอันหนักอึ้ง ทำให้เหนื่อยและต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างสุขส บายเลย

     หากใครชอบแก้บนด้วย “ม้าลาย” ก็ให้ใช้เฉพาะกับการแก้บน หรือทำอย่างอื่น แต่ไม่ควรนำมาแต่งห้อง เพราะจะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยและคนร่วมห้องมีแต่เรื่องแตกแยกกัน และจะไม่มีโชคลาภเข้ามาหาเลย

     ของตกแต่งห้องที่เป็นรูป “จระเข้” ก็เช่นกัน เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ซึ่งจะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้ายต่อคุณและคนในครอบครัว

     สุดท้ายคือของแต่งห้องรูป “หนู” ไม่ควรนำมาแต่งห้อง เพราะมีความหมายไม่เป็นมงคลเช่นกัน เนื่องจากจะทำให้ถูกหักหลัง หรือถูกหลอกลวงจากคนนอกที่อาจมาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์เอาเปรีย บได้ง่าย

     แนะนำกันพอสังเขป สำหรับในชีวิตจริงไม่ว่าจะอาศัยอยู่ชั้นใดของคอนโดฯ ก็ตาม หากปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว สิ่งไม่ดีทั้งหลายจะแพ้ไปเอง พึงระวังการนำของตกแต่งที่ไม่ดีออกไป เพื่อมงคลแก่ชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการทำความดีคือสิ่ งสำคัญที่สุด เพราะต่อให้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยแค่ไหน แต่ถ้าในแต่ละวันปล่อยจิต ละเลยใจ ชีวิตก็จะพบแต่ความยุ่งเหยิง

ที่มา : http://horoscope.thaiza.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B 8%81%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E 0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A 3%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B 8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E 0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%8 2%E0%B8%94%E0%B8%AF/213359/


Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 12:20 | IP Logged
Quote Akina

การเลือกห้องในคอนโดตามหลักฮวงจุ้ย

คำที่โบราณได้กล่าวเอาไว้ว่า ‘ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ต้องตามใจผู้นอน’ นั้น ยังคงเป็นความจริงที่เชื่อถือได้มาตราบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เพราะแท้จริงแล้ว บ้านก็คือสถานที่แห่งการพักพิง คือที่ที่เราหวังว่าเมื่อเข้าไปอยู่แล้วจะมีความสุข มีความสบายใจ ฯลฯ ซึ่งการเลือกบ้าน หรือห้องหอที่ดีนั้น ควรจะพิจารณาจากสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ ห้องแห่งความมั่นคง

ห้องมงคล ห้องที่อยู่อาศัยแล้วจะมีแต่ความสุข ความเจริญยิ่งขึ้น คือห้องที่หันหน้า ออกไปทางด้านหน้าอาคาร คือประตูของห้องตั้งอยู่ในแนวทางเดียวกับประตูทางเข้าอาคารนั่น เอง

ห้องอับโชค หลาย ท่านชอบเลือกห้องมุมซึ่งดูสงบและเป็นส่วน ตัว ไม่มีผู้คนเดินผ่านหน้าห้องมากมายให้รำคาญใจ แต่ที่แท้แล้วห้องมุมสุดของช่องทางเดิน เป็นห้องที่มิได้ให้โชคลาภใดๆ เลย เมื่อ เข้าอยู่อาศัยแล้วจะมีแต่อุปสรรค และอาภัพโชคร่ำไป (หากมีช่องหน้าต่างใหญ่ๆ อยู่ที่ผนังสุดทางเดิน ก็พอช่วยบรรเทาอุปสรรคได้ แต่ก็ยังไม่ดีนัก)

ลักษณะห้องอับโชค

- ประตูห้องไม่ควรอยู่ตรงกันพอดีกับห้องฝั่งตรงข้าม

- อย่าเลือกห้องที่อยู่มุมสุดทางเดิน

- เปิดประตูเข้าไปไม่ควรเห็นห้องน้ำอยู่ทางหน้าห้อง

- ห้องครัวหรือเคาน์เตอร์ทำครัว ไม่ควรอยู่ค่อนมาทางด้านหน้าห้อง

- ประตูห้องน้ำชนประตูห้องนอน หรือปลายเตียงถือว่าไม่ดี

- ที่ตั้งเครื่องเตาและกระทะ ไม่ควรอยู่ใกล้กับก๊อกน้ำ

- ห้องนอนไม่มีหน้าต่างไม่ได้ – มุมทำครัวไม่ควรอยู่หน้าห้องน้ำ

- หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ใต้แทงก์น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนของห้องนั้น

- เปิดประตูห้องเข้าไปไม่ควรเห็นเตียงตั้งโดดเด่น ให้หาม่านหรือตู้มาตั้งบังตาเสีย

ที่มา : http://www.thaidrawing.com/%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8 %88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0 %B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88 %E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8 %B0%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84.ht ml

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
Akina
Heart&Soul
Heart&Soul
Avatar
พลอย

Joined: 03/กันยายน/2012
Posts: 1182
Posted: 09/พฤศจิกายน/2012 at 12:27 | IP Logged
Quote Akina

สำคัญที่สุดค่ะ ข้อมูลนี้

สคบ.แนะวิธี ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ เมื่อเลือกซื้อ คอนโดฯ

                    สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ให้ข้อควรปฏิบัติที่ใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาก่อนผู้บริโภค จะตัดสินใจซื้อ ""อาคารชุดพักอาศัย"" หรือที่เรียกกันว่า
""คอนโดมิเนียม""อย่างน้อยเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอ าเปรียบจนเกินไป หรือช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ศึกษาสภาพแวดล้อม ผลงานผู้ประกอบธุรกิจ

 

                      1.ตรวจ สอบว่าทางราชการมีโครงการที่จะ ดำเนินการใดในบริเวณที่ดินนั้นหรือไม่ เช่น มีข้อห้ามมิให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารสูงๆ หรือบริเวณดังกล่าวรัฐกำลังจะดำเนินการเวนคืนในอนาคต เป็นต้น โดยตรวจสอบได้ที่เทศบาล หรือสำนักงานโยธาจังหวัดที่โครงการจัดสรรตั้งอยู่

 

                      2.สถาน ที่ตั้งโครงการสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ไม่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นละอองหรือเสียงรบกวนต่างๆ หรือมีน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจทำให้ท่านเดือดร้อนได้ในภายหลัง

 

                      3.ตรวจ สอบผลงาน หากผู้ประกอบธุรกิจได้เคยดำเนินการมาแล้วก็ต้องพิจารณาดูว่า โครงการที่ดำเนินการมาแล้วนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร ทำตามโครงการหรือสัญญาครบถ้วนหรือไม่ มีการส่งมอบงานหรือโอนบ้านตามกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้อาจสอบถามได้จากผู้ซื้อรายก่อน อย่าด่วนตัดสินใจซื้อ ตรวจสอบห้องชุดก่อน ผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อห้องชุดต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบเ ช่นเดียวกัน อย่ารีบร้อนหรือด่วนตัดสินใจซื้อห้องชุดที่โฆษณาขายอยู่ในบ้านเ รา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้ 1.กรณีที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างอาคาร ผู้บริโภคควรตรวจสอบดังนี้

 

                      1.1 ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารว่าได้รับอนุญาตหรือยังไม่ได้รับอ นุญาต ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด

 

                      1.2 ตรวจ สอบชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แผนผังแสดงเขตที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุด เลขที่ของโฉนดที่ดินตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      1.3 ตรวจ สอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด ว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะก่อสร้างอาคา รชุดหรือไม่ ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกับทางราชการถูกต้องแล้วหรื อไม่ มีทุนจดทะเบียน ทุนที่ชำระแล้วเท่าไร ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทห รือห้างหุ้น ส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      1.4 ตรวจ สอบว่าที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุดมีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินหรือไม่ อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่นั ่นเอง ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      1.5 ต้อง สอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุดซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้อง ร่วมกันออก ตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น สอบถามได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      1.6 ต้องสอบถามหรือขอคำรับรองจากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุดด้วยว่า จะเริ่มก่อสร้างและแล้วเสร็จเมื่อใด

 

                      2.กรณีที่ก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้บริโภคควรต้องตรวจสอบ ดังนี้ 2.1 ตรวจ สอบว่าได้มีการจดทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ มีเลขที่ของทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ เลขที่ของทะเบียนอาคารชุดเท่าไร ใครเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ขอตรวจสอบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด แต่ถ้าหากไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      2.2 ตรวจ สอบเลขที่ของโฉนดที่ดิน จำนวนเนื้อที่ที่ดินของโครงการ แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ตั้งอาคารชุด ว่าตรงกันกับที่ได้จดทะเบียนอาคารชุดแล้วหรือไม่ ตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      2.3 ตรวจ สอบชื่อ ที่อยู่ และสถานภาพของผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถ้ากรณีเป็นนิติบุคคล ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้มี อำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      2.4 ตรวจ สอบว่าที่ดินจะก่อสร้างอาคารชุดมีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบันการเงิน หรือไม่อย่างไร คือนำไปจำนองไว้กับธนาคารหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หรือไม่ ท่านตรวจสอบได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี

 

                      2.5 ตรวจ สอบรายการและขนาดของทรัพย์สินที่ใช้เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพ ย์ส่วนกลาง ว่าตรงกันกับที่ได้มีการโฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบได้จากที่ตั้งโครงการและผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด

 

                      2.6 สอบ ถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้ออาคารชุด ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ค่าภาษีอากร เป็นต้น ขอทราบได้จากผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด อำเภอ หรือสำนักงานที่ดินเขตที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

 

                      สำหรับรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น ทางราชการได้ออกกฎกระทรวงตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริ โภค พ.ศ.2522 บังคับ ให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องบอกกล่าวหรือระบุในคำโฆษณาแล้ว แต่ยังไม่ควรมั่นใจว่าจะถูกต้องหรือเป็นจริงและเพียงพอที่จะตัด สินใจซื้อ หรือเข้าทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ ควรที่จะได้ตรวจสอบกับทางราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความรอบคอบและจะได้ไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ

 

                      การ ตรวจสอบหนังสือสัญญา เมื่อผู้บริโภคตกลงใจหรือตัดสินใจที่จะซื้อบ้าน ที่ดินจัดสรรหรืออาคารชุดแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือทำสัญญากับผู้ขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะผู้ซื้อจะต้องลงชื่อผูกพันในหนังสือสัญญากับผู้ขาย การเอารัดเอาเปรียบของผู้ขาย หรือความเสียเปรียบของผู้ซื้ออาจเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร จะอยู่ที่หนังสือสัญญาฉบับนี้ ดังนั้นก่อนที่ผู้บริโภคจะลงชื่อในหนังสือสัญญาจะต้องคำนึงถึงส ิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้องเกรงใจผู้ขาย ต้องตรวจสอบข้อความในหนังสือสัญญาให้ละเอียด และทำความเข้าใจให้แจ้งชัด ก่อนที่จะลงลายมือชื่อของตนในหนังสือสัญญาฉบับนั้น ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องหาผู้รู้มาให้คำแนะนำ หรือถ้าสงสัยในเรื่องใดก็ต้องสอบถามผู้ขายให้เป็นที่ตกลงกันโดย แน่นอนเสีย ก่อน มิฉะนั้นอาจตกเป็นผู้เสียเปรียบในการทำสัญญาได้ เช่น

 

                      1.ห้อง ที่ทำสัญญาถูกต้องตรงตามตัวอย่างที่โฆษณาหรือไม่ จะต้องตรวจในรายละเอียดด้วย เพราะมีผู้ดำเนินการบางรายอาจทำแบบบ้านอย่างหนึ่ง แต่เวลาทำสัญญาได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดบางประการ ซ่อนไว้ หากไม่ตรวจสอบจะไม่ทราบ

 

                      2.ขนาดของห้องที่ตกลงทำสัญญาซื้อนั้นถูกตรงตามที่ผู้ซื้อจองตาม ผังจัดสรรหรือไม่ 3.ระยะเวลาการเริ่มต้นก่อสร้างและระยะเวลาการสร้างห้องแล้วเสร็ จส่งมอบให้ผู้ซื้อได้เมื่อใด ควรต้องมีกำหนดไว้ในสัญญาด้วย

 

                      4.หากในสัญญากำหนดเบี้ยปรับไว้กรณีผู้ซื้อผิดนัด เช่นนี้ก็ควรกำหนดเบี้ยปรับไว้ในสัญญากรณีผู้ขายผิดนัดด้วย

 

                      5.ควรกำหนดเวลาประกัน กรณีห้องชำรุดบกพร่องไว้ด้วย ว่าจะให้ผู้ขายปฏิบัติอย่างไร

 

ที่มา : http://www.thaihomemaster.com/showinformation.php?TYPE=13&am p;ID=996

Back to Top View Akina's Profile Search for other posts by Akina
 
MissJJ
Heartbeat
Heartbeat
Avatar

Joined: 19/กุมภาพันธ์/2013
Location: Thailand
Posts: 189
Posted: 04/มีนาคม/2013 at 20:28 | IP Logged
Quote MissJJ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ นะคะ

เคยบ้าคอนโดอยู่พักหนึ่ง

แล้วก็ต้องถอดใจ

เพราะไม่มีตังค์ ฮือ ฮือ

emo

Back to Top View MissJJ's Profile Search for other posts by MissJJ
 
vanvanach
Heartbeat
Heartbeat
Avatar
กระต่าย

Joined: 07/มกราคม/2013
Location: Thailand
Posts: 311
Posted: 05/มีนาคม/2013 at 09:35 | IP Logged
Quote vanvanach

ขอบคุณค่ะ

Back to Top View vanvanach's Profile Search for other posts by vanvanach
 
Angnut
New Heart
New Heart
Avatar

Joined: 23/กรกฎาคม/2013
Location: Thailand
Posts: 13
Posted: 13/สิงหาคม/2013 at 19:29 | IP Logged
Quote Angnut

ของคุณมากค่ะ ข้อมูลดีๆทั้งนั้นเลย
Back to Top View Angnut's Profile Search for other posts by Angnut
 

If you wish to post a reply to this topic you must first login
If you are not already registered you must first register

  Post ReplyPost New Topic
Printable version Printable version

Forum Jump
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot create polls in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by Web Wiz Forums version 7.6
Copyright ©2001-2003 Web Wiz Guide

This page was generated in .2305 seconds.
Web Design by Pluz24.com - http://www.pluz24.com
TheWeddinghome.com