|
เป็นเจ้าสาวป้ายแดง.....ทำไงดี? (ตอนที่ 2)
หลังจากที่คราวก่อนเราได้พาคุณว่าที่เจ้าสาวมือใหม่ไปหัดขับ เอ้ย.. หัดเตรียมงานแต่งงานสุดเพอร์เฟคกันเป็นแล้ว [ ตอนเป็นเจ้าสาวป้ายแดง...ทำไงดี (ตอนที่ 1) ] แต่ยังไม่จุใจ วันนี้เราจึงกลับมาบอกเล่าคำแนะนำดีๆ สำหรับว่าที่เจ้าสาวกันต่อค่ะ

ของชำร่วยก็เป็นอีกเรื่องที่ว่าที่บ่าวสาวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญไม่แพ้การ์ดเชิญเลยค่ะ ใครที่บอกว่า “ของชำร่วยนั้นไม่ต้องไปใส่ใจ ใช้อะไรก็ได้ เอาแค่ถูกไว้ก่อน เหมาโหลมาเลยยิ่งดี...” นั้นต้องขอแสดงความเสียใจแทนคุณด้วยค่ะ เพราะหากคุณเลือกซื้อของเหล่านั้นมาเป็นของชำร่วยเมื่อไหร่ ทันที่ที่แขกของคุณกลับถึงบ้านของเหล่านั้นก็จะถูกวางไม่ก็โยนทิ้ง ด้วยไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเก็บไว้ให้รกบ้าน ดีไม่ดีแขกบางท่านยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าของชำร่วยงานแต่งของคุณคืออะไร อย่างนี้คุณจะเสียเงินฟรีๆ เสียเปล่านะคะ แต่หากคุณตั้งใจเลือกของชำร่วยที่แขกสามารถนำมาใช้ได้จริง แม้ไม่ได้สวยเลิศเลอหรือหรูหราอะไร ก็มีคุณค่าและมีประโยชน์มากกว่า อย่างเช่น คุณอาจเลือกซื้อของที่ระลึกจากมูลนิธิต่างๆ หรืองานฝีมือจากโครงการเด็กด้อยโอกาสมาเป็นของชำร่วยในงานของคุณก็เป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ได้ประโยชน์แล้วก็ยังได้บุญด้วย
 
มาถึงเรื่องชุดแต่งงาน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคุณเจ้าสาวกันบ้างค่ะ ข้อแนะนำสำหรับเจ้าสาวทุกไซส์ก็คือการ ‘ลอง’ เท่านั้นค่ะ เป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะชุดสวยๆ ที่คุณเห็นก็ไม่ใช่จะใส่แล้วสวยเหมือนอย่างที่ช่างตัดชุดเชียร์ให้คุณใส่เสมอไปหรอกนะคะ หรือถ้าช่างแนะนำว่ารูปร่างอย่างคุณควรใส่แบบนี้ๆ แต่ถ้าคุณไม่ชอบเสียอย่างก็ไม่ต้องไปฟังค่ะ เพราะถ้าคุณฝืนใส่ในวันงาน สีหน้า อากัปกิริยาของคุณจะออกมาไม่สวยเพราะไม่มั่นใจในตัวเองได้ ฉะนั้น ลองไปเลยค่ะ ทุกชุดที่คุณชอบนั่นล่ะ เพื่อจะหาชุดที่ใช่สำหรับคุณไงล่ะคะ อาจจะเหนื่อยสักหน่อยแต่ก็คุ้มค่าแน่นอน
สาวๆ ที่รักแฟชั่นเอามากๆ ไม่ชอบแบบชุดที่จำเจในวงการบ้านเรา อาจตัดสินใจเลือกซื้อชุดจากดีไซเนอร์ต่างประเทศ ก็มีข้อแนะนำเช่นกันค่ะ ข้อแรกคุณต้องตรวจดูว่าชุดเจ้าสาวของคุณมีสุ่ม มาแล้วหรือยัง ก็ชุดเจ้าสาวต่างประเทศมักไม่ได้ใส่สุ่มเอาไว้ เนื่องจากเจ้าสาวของเขามักจัดงานในสวน ถ้าหากคุณซื้อชุดมาแล้วอาจต้องมาให้ช่างใส่สุ่มเพิ่มเอง เพื่อให้ชุดเจ้าสาวของคุณพองฟูเข้ากับสถานที่จัดงานในบ้านเราค่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเจ้าบ่าวจะหาเจ้าสาวไม่เจอเอานะคะ เพราะคุณอาจกลืนหายไปกับแขกในงานเลยก็ได้ และเมื่อซื้อชุดบินกลับมาที่บ้านเราแล้ว ก็หมั่นเช็ครูปร่างกับชุดว่ายังไส่ได้พอดีอยู่เสมอด้วยนะคะ หากคุณอ้วนขึ้นหรือผอมลงจะได้ให้ช่างปรับแก้ชุดได้ทันวันงาน ซึ่งคุณควรลองชุดครั้งสุดท้ายก่อนวันงานประมาณ 1 สัปดาห์ค่ะ
 
ส่วนเจ้าสาวที่อาจต้องใช้ชุดหลายๆ ชุดในวันงาน อย่างเช่น ชุดงานยกน้ำชาของอาหมวย หรือชุดงานในโบสถ์ของสะใภ้ต่างแดนนั้น คุณควรเตรียมชุด เครื่องประดับ และรองเท้าที่จะใช้ในชุดเดียวกันเอาไว้เป็นเซ็ทๆ ไป เพื่อป้องกันการหลงลืม และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ เช่น หารองเท้าที่จะใส่กับชุดนี้ไม่เจอ ต่างหูสำหรับใส่กับชุดนี้หายไปข้างหนึ่ง เป็นต้น
   
เรื่องสุดท้ายข้อนี้ต้องแนะนำให้สาวๆ ทำตามอย่างเคร่งครัดเลยนะคะ นั่นก็คือเรื่องจุกจิก กวนใจที่อาจเกิดขึ้นในวันงานค่ะ ทั้งที่คุณเตรียมงานมาด้วยความตั้งใจโดยตลอด จนถึงวันสำคัญวันนี้ แต่กลับมีเรื่องกวนใจให้คุณต้องหัวเสีย สั่งอะไรไว้ก็ไม่ได้อย่างสั่ง หงุดหงิด โมโหจนไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องผิดพลาดแบบนี้แน่นอน แล้วภาพก็คงไม่สวยนักหรอกนะคะ ที่เจ้าสาวของงานจะออกอาการหน้าหงิกไปตลอดคืน แล้วท้ายที่สุดก็เป็นคุณเองนั่นเหละที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังว่า ได้ปล่อยเวลาดีๆ ครั้งเดียวในชีวิตไปกับอารมณ์โมโหอย่างนั้นทำไมกัน? ดังนั้นขอให้คุณเตรียมใจไว้ให้พร้อมนะคะ ว่าไม่มีอะไรจะสมบูรณ์พร้อมเสมอไป แล้วในวันงานไม่ต้องสนใจกับอะไรทั้งสิ้น อะไรจะเกิดก็ปล่อยไปเถอะค่ะ ให้เพื่อน หรือแม่งานดูแลแทนคุณเถิด แล้วเดินหน้ายิ้มอย่างเดียวก็พอแล้ว
ขอให้มีความสุขกับวันสำคัญนะคะ…
ขอขอบคุณภาพประกอบบทความสวยๆ จาก:
บทความที่เกี่ยวข้อง: เป็นเจ้าสาวป้ายแดง...ทำไงดี (ตอนที่ 1)
บทความที่น่าสนใจ
เลือกโทนสีดอกไม้…สุดอินเทรนด์ ตอนที่ 2
สวย.เปรี้ยว.เฉี่ยว.เลิฟ by S.W.A.T รีวิวโดยน้องโส [Pre-Wedding]
เก็บตก..พิธีแต่งงานตอนเช้า ภาค 1
เก็บตก..พิธีแต่งงานตอนเช้า ภาค 2
เก็บตก..งานแต่งงาน (Wedding) ภาค 4
คลิกปุ่มพิมพ์
เพื่อพิมพ์บทความ
<< คลิกเพื่อกลับหน้าก่อน
|